บาคาร่าออนไลน์, คาสิโน
หวยออนไลน์

สมัครบาคาร่าออนไลน์

918kiss

pussy888

แทงหวยออนไลน์ vottovip

ruay หวยออนไลน์

iwin878

นวดกับพริตตี้
คาสิโน หวย จ่ายเยอะสุด
รับเครดิตฟรี
รับเปิดเว็บพนันออนไลน์
สล็อตออนไลน์, pussy888
เช่าเครื่องเสียง โปรโมทเว็บ, รับโฆษณาสินค้า อบรมปั้นจั่น บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับรีโนเวท รับทำรั้ว

ไทรเกาหลี, ขายต้นไทรเกาหลี หวยออนไลน์ จ่ายสูง บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับติดป้ายแบนเนอร์, ป้ายโฆษณาราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ตัดต่อสายพานลำเลียง ไนโตรเจนเหลว เตียงเหล็ก สล็อตออนไลน์ แพแอร์กาญจนบุรี สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

แจกสูตรบาคาร่า

แบคดรอปผ้า

UFABET

หวยออนไลน์

บอลออนไลน์, คาสิโนออนไลน์

คาสิโน Mawingold
เกมสล็อตออนไลน์
พนันออนไลน์
บาคาร่า
pussy888
ALL NEW GCLUB

ผู้เขียน หัวข้อ: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข  (อ่าน 455 ครั้ง)

anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:36:37 AM »
ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
ต่อไปนี้เป็นสรุปความฝันที่เป็นสัญลักษณ์ของตัวเลขต่างๆ โดยสังเขปให้ท่านพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
เลข 1
ได้แก่ ฝันเห็นไก่, หนู, เสาเรือน, ดินสอ, ปากกา, ไม้ไผ่ ก้านธูป, บุหรี่, หนอน, ดิน, เส้นผม, เส้นเชือก, เทียนไข มคเล็ก ๆ, ปิ่นปักผม, สายสร้อย, กบ, ดอกบัว ฯลฯ

เลข 2
ได้แก่ ฝันเห็นน้ํา, ตะเกียบ, กางเกง, เสื้อ, รองเท้า, ราง รถไฟ, ช้อนส้อม, ข้าวสาร, ขวด, วัว (ฉลู), ผีเสื้อ, ถนน หนทาง ขื่อคา, เลือด, ตุ้มหู, แขน, ขา ฯลฯ

เลข 3
ได้แก่ ฝันเห็นสามง่าม, คราด, ส้อม (ไม่รวมช้อน), คทา, จั่วหลังคา, ทางสามแยก หรือสามแพร่ง, ธงสามเหลี่ยม, เต่า ตะพาบน้ํา, รถสามล้อ, สามขา, พัดลม, ลม, เสือ (ขาล) เกาทัณท์หรือธนู, สามเณร, เตาไฟ, ซี่ฟัน ฯลฯ

เลข 4
ได้แก่ ฝันเห็นคนตาย, โลงศพ, หีบห่อ, กระเป๋าเดินทาง ลังไม้, สมุด, หนังสือ, กระจก, เครื่องบิน, สัตว์สี่เท้าบาง ชนิด (สุนัข, เสือ, กระต่าย, วัว, ควาย, ลา, แมว ฯลฯ) รถยนต์, ผ้าเช็ดหน้า, มุ่ง, ว่าวปักเป้า, ไพ่ป๊อก, หน้าต่าง จอภาพยนตร์ ฯลฯ

เลข 5
ได้แก่ ฝันเห็นงูใหญ่ (มะโรง), พญานาค, ผู้หญิง, เรือ, ศีรษะคน, ว่าวจุฬา, รั้วบ้าน, ควงดาว, เมฆหมอก, ห่าน, ดอกไม้ (หอม), มือ, เท้า ฯลฯ

เลข 6
ได้แก่ ฝันเห็นไม้เท้า, เบ็ดตกปลา, คันร่ม, ผีหลอก, หวี ขวาน, ดาบ, งู (มะเส็ง), กระบวย, ลูกเต๋ (หกเหลี่ยม) สะพานโค้ง, ระฆัง, นก (วิหค), กุญแจ, ต้นไม้, หมวก ฯลฯ

เลข 7
ได้แก่ ฝันเห็นตุ๊กแก, จิ้งจก, จอบ, จรวด, เจว็ด, ศาล, แจกัน, มีดพร้า, จิ้งหรีด, จักจั่น, เจดีย์, อาคารบ้านเรือน, หลังคา, ม้า (มะเมีย) ฯลฯ

เลข 8
ได้แก่ ฝันเห็นแว่นตา, นมผู้หญิง, ห่วง 2 ห่วงคล้องกัน คนกอดอก, เป็ด, พระสงฆ์, ญาติผู้ใหญ่, ปีบน้ํา, แมงมุม โบสถ์, แพะ (มะแม), แมลงป่อง, ปลวก, จอมปลวก ปราสาท, พระปรางค์, โซ่ตรวน, ปากคน, ปลิง ฯลฯ

เลข 9
ได้แก่ ฝันเห็นกษัตริย์, บิดามารดา, พระพุทธรูป, พระ แก้วมรกต, พระปฐมเจดีย์, ภูเขา, ภูเขาทอง, ลิง วอก) ยักษ์, กําแพงใหญ่ ๆ, เทวดา, กุ้ง, กบ, ช้าง, ต้นไม้ใหญ่ ฉัตร ฯลฯ

เลข 0
ได้แก่ ฝันเห็นห่วง, แหวน, กําไลข้อมือ, นาฬิกาข้อมือ, ถังน้ํา, พระอาทิตย์, พระจันทร์, คนตาย, หลุม, บ่อ, ล้อรถ, ชามจาน, กระป๋องกลม, กลอง, โถส้วม, ฆ้อง, ผลไม้ลูก กลม ๆ, กระดุม, ถาด ฯลฯ

ฝันเห็นงูฝันเห็นงูสีขาวฝันเห็นงูเหลือมฝันเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ฝันเห็นงูเหลือมสีทองฝันเห็นงูใหญ่
ฝันเห็นงูตัวใหญ่ฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูลายฝันเห็นงูเขียวฝันเห็นงูเห่าฝันเห็นงูจงอาง
ฝันเห็นงูจงอางยักษ์ฝันเห็นงูจงอางเข้าบ้านฝันเห็นงูจงอางหลายตัวฝันเห็นงูจงอางกัดฝันเห็นงูจงอางเผือกฝันเห็นงูจงอางชูคอ
ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่มากฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูแมวเซาฝันเห็นงูหลามฝันเห็นงูตัวสีฟ้าฝันเห็นงูตัวสีดำ
ฝันเห็นงูตัวสีแดงฝันเห็นงูสีทองฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูสองตัวฝันเห็นงูเผือกฝันเห็นงูหลาม
ฝันเห็นงูตัวใหญ่มากฝันเห็นงูตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูตัวใหญ่หลายตัวฝันเห็นพญานาคฝันเห็นพญานาคตัวใหญ่ฝันเห็นพญานาคสีทอง
ฝันเห็นพญานาคสีเขียวฝันเห็นพญานาคสีแดงฝันเห็นพญานาคเล่นน้ำฝันเห็นพญานาคไล่ตามฝันเห็นหงอนพญานาคฝันเห็นพญานาคสีเงิน
ฝันเห็นพญานาคหลายตัวฝันเห็นพญานาคพูดได้ฝันเห็นพญานาคพ่นน้ำฝันว่างูรัดฝันว่างูกัดฝันว่างูกัดขา
ฝันว่างูกัดเท้าฝันว่าฆ่างูฝันว่าตีงูฝันว่างูเลื้อยผ่านฝันว่างูกัดแขนฝันว่างูกัดนิ้ว
ฝันว่างูไล่กัดฝันว่างูฉกฝันว่ากินงูฝันว่าจับงูฝันว่างูเลื้อยขึ้นตัวฝันว่างูรัดขา
ฝันว่างูรัดแขนฝันว่างูรัดตัวฝันว่างูรัดขาขวาฝันว่างูรัดขาซ้ายฝันว่างูรัดแขนขวาฝันว่างูรัดแขนซ้าย


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:37:25 AM »
ฝันพยากรณ์ ทํานายโชคชะตาและตัวเลขจากความฝัน ทำนายฝัน

ศาสตร์อันลี้ลับของความฝัน
พระนันทาจาริย์ปราชญ์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนาผู้แต่ง คัมภีร์สารัตถะสังคหะ และเป็นผู้ยืนยันว่า พระอรหันต์ไม่ฝันด้วย เหตุผลดังว่านั้น ได้ระบุมูลเหตุของความฝันไว้เป็นข้อคิดอยู่ 4 ประการคือ
1. ฝันโดยเป็นบุพนิมิต คือ บอกให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุ ดีหรือร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น
2. ความฝันเกิดจากควงจิตที่ฝังพะวงหรือพัวพันอยู่กับ สิ่งหนึ่งก่อนหน้าจะหลับ จึงเก็บเอาสิ่งนั้นมาฝัน
3. เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเทวดาเพราะเทวดาต้องการให้ โทษหรือให้คุณ
4. ความฝัน เกิดจากธาตุกําเริบ กล่าวคือร่างกายไม่ปกติ ครั้นหลับลงจึงฝันไปในรูปต่าง ๆ

คัมภีร์อธิบายเรื่องฝันของพระนันทาจาริย์เล่มนี้ ครั้งหนึ่ง ได้เคยใช้เป็นหลักสูตรของตําราทางพระพุทธศาสนาแต่ต่อมา สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้ทรงยกเลิก และใช้เรื่องอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ความฝันก็เป็นเรื่องที่บรรดานักปราชญ์ หลายชาติได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ต่าง ๆ นานา และไม่ถึงกับจะลง ความเห็นว่า ความฝันเป็นเรื่องไร้สาระไปเสียทีเดียวนัก เพราะ นักปราชญ์บางคนก็ถึงกับลงทุนค้นคว้าถึงสมุฏฐานหรือที่มาของ ความฝันกันอย่างเคร่งครัด โดยถือเอาว่า ความฝันเป็นจิตวิทยา อย่างหนึ่งของคนเราที่จะต้องศึกษาไว้ จนถึงกับทําเป็นตําราหรือ วิชาความฝันออกมาด้วยกันหลายเล่ม เป็นตําราที่เขียนขึ้นโดย นักปราชญ์หรือนักจิตวิทยาหลายชนิดและดูเหมือนว่าวิชาเรื่อง ความฝันนี้ จะเป็นตําราที่เก่าแก่กว่าวิชาอื่น ๆ ทั้งหลายในโลกก็ ว่าได้

นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง กล่าวว่า  “วิชาความฝันนั้น เป็นวิชาเก่าเท่ากับตัวโลกเอง”
คํากล่าวเช่นนี้ไม่ผิดนัก เพราะนักปราชญ์หลายคนยืนยัน เป็นเสียงเดียวกันว่าความฝันเป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักและเริ่มสนใจมา ตั้งแต่โบราณกาล และสืบทอดความสนใจในการค้นคว้ามาจน กระทั่งถึงทุกวันนี้ ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าไม่มีวิชาใดที่จะมีผู้ค้นคว้า หาความรู้กันมากเท่ากับวิชาความฝันนี้
เพราะตามบันทึกของ ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักปราชญ์ชาวออสเตรียนผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นทั้งนักจิตวิทยา และแพทย์ได้ใช้เวลาในการค้นคว้าหาความจริงในเรื่องความฝันนี้ โดยใช้การรวบรวมเรื่องความฝันนี้เรื่องเดียวว่ามีหนังสือวิชา ความฝันนี้ถึง 700 กว่าเล่ม เป็นภาษาต่าง ๆ ซึ่งมีภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส, อังกฤษ, อิตาเลียน, สเปน, ลาติน, รัสเซีย, และ ฯลฯ และดูเหมือนว่า เยอรมันจะมีหนังสือประเภทนี้ออกมามากที่สุด รองลงไปก็คือ ฝรั่งเศส
ศาสตราจารย์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ยอมรับว่า ความฝัน เป็นศาสตร์อันลี้ลับอย่างหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์เราที่ สามารถ จะบอกเหตุการณ์ทั้งอดีตและอนาคตได้ใกล้เคียงที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะมีบุคคลอีกหลาย ๆ คนที่ยังไม่ยอมรับและเชื่อถือใน เรื่องชนิดนี้ก็ตาม แต่บุคคลเหล่านี้ก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกนึกคิด ในทางผูกพัน กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนได้ฝันขึ้นทั้งดีและร้ายไป เสียที่เดียวได้นัก
เพราะความฝันบางเรื่องสามารถจะเป็นเหตุให้ผู้ฝันบางคน ได้รู้สิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย และรู้ถูกต้องตามความเป็นจริง เสียด้วย
ในทางไทยก็ยอมรับว่า ความฝันซึ่งเป็นเครื่องบอกเหตุ การณ์ล่วงหน้า เรียกว่า บุพนิมิต” นั้นมีอยู่จริง เช่น อย่างใน คัมภีร์ หรือตําราทางศาสนาที่อ้างถึง “พระมหาสุบินของ พระพุทธเจ้า และอย่างที่ไทยเราในสมัยยุคประวัติศาสตร์โบราณ เกือบทุกสมัย ก็ยังต้องมีโหรหลวงคอยทําหน้าที่ถวายคําทํานาย พระสุบิน ของพระมหากษัตริย์อยู่ด้วยทุกครั้งเสมอไป

อิทธิพลของตัวเลขในความฝัน
ความฝันของคนเราที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เช่น มนุษย์ หรือ สัตว์ หรือกับสิ่งของต่าง ๆ ตามตําราทํานายฝันส่วนมากที่ให้ ความหมายของสิ่งเหล่านั้นเป็นตัวเลข มักจะมีส่วนใกล้เคียงกัน อยู่มาก ซึ่งอาจเกิดจากการสังเกตหรือพิจารณาเอาจากลักษณะ รูปร่าง หรือจุดเด่น หรือลําดับของตัวอักษรของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มาเป็นหลักเกณฑ์ โดยใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มานานหลาย ชั่วอายุคนแล้วก็ได้ จึงสามารถให้ความเชื่อถือต่อการทดลอง เปรียบเทียบในลักษณะที่เรียกว่า ใกล้เคียงหรือมีส่วนตรงกับ เป้าหมายได้เป็นส่วนมาก
เหตุนี้ ผู้เป็นเจ้าของตํารับเดิม จึงได้พยายามถอดเอา สิ่งที่ฝันถึงเหล่านี้ออกมาเป็น เลข" โดยถือเอาว่าเป็น “อิทธิพล อย่างหนึ่งของตัวเลข ที่บันดาลให้เป็นไปในมโนภาพแห่งความฝัน ของคนเรา ซึ่งแม้จะยึดถือเป็นหลักเกณฑ์ตายตัวหรือ “แม่นยํา ทีเดียวนักไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าจะมีส่วนใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
จึงขอให้ผู้อ่านที่สนใจลองใช้ความสังเกต หรือลองหัด พิจารณาดูเองบ้าง หากจะผิดพลาดไปจากคําทํานายก็ขอให้ถือว่า เป็นส่วนประกอบในการหาความสนุกหย่อนใจหรือเป็นเครื่อง บันเทิงใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็แล้วกัน

หลักทํานายและการใช้วิธีสังเกตจากตํารับโบร่ําโบราณ เดิม มีดังนี้
ถ้าฝันเห็นกษัตริย์, พระราชินี, ประมุข, คนแก่หง่อม สูงอายุ, บิดามารดา, พระพุทธรูปบูชา, พระประธานในโบสถ์ พระแก้วมรกต, ฯลฯ มักจะเป็นเลข 9 (เฉพาะองค์พระราชินีนั้น ถ้าในฝันมีองค์พระราชายืนประทับเคียงข้างให้ถือเป็น 8 และ องค์กษัตริย์เป็น 9 ฉะนั้นเลขนี้จะต้องเป็นเลข 2 ตัว คือ 98 หรืออาจจะเป็น 29 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นไก่, หนู ฯลฯ มักเป็นเลข 1 (ถือเอาว่า ก. ไก่ เป็นพยัญชนะตัวแรก และหนูเป็นปีแรกของปีเกิด หรือปี 12 นักษัตร คือ ชวด แปลว่า หนู)
ถ้าฝันเห็นเสาเรือนโดดเดี่ยว, ไม้ไผ่, ดินสอ, ก้านธูป หรือสิ่งที่เรียวยาว เช่น เส้นเชือกวิ่งตรง, เส้นหมี่ หรือ เสาธง (ไม่มีธง) ก้านไม้ขีด, ไม้บรรทัด, ไม้เรียว, บุหรี่ มักจะเป็นเลข 1
ถ้าฝันเห็นคนตาย, ศพ หรือโลงศพ มักจะเป็นเลข 4 (ในทางอิทธิพลของตัวเลขนี้ว่าเลข 0 แทน 4 หรือ 4 แทน 0 ได้ ฉะนั้นจึงเป็น 4 หรือ 0 ได้)
แต่ถ้าฝันเห็นคนที่ตายไปแล้วเป็นคนแปลกหน้าและเป็น "ผี" ในฝัน มักเป็นเลข 6 (ซึ่งแปลความหมายว่า ผีหลอก" คือ “ผีโกหก" คําว่าหลอกหรือโกหกจึงเท่ากับ 6)
ถ้าฝันเห็น หีบ ห่อ, กระเป๋าเดินทาง, โต๊ะ, เก้าอี้, เตียงนอน, วิทยุ หรือ สมุดหนังสือ หรือวัตถุสิ่งของที่มีรูปสี่เหลี่ยม มักจะเป็นเลข 4
ถ้าฝันเห็นกระแสน้ํา หรือ น้ํา มักเป็นเลข 2 (ถือเอา ลําดับจากธาตุทั้ง 4 คือ 1. ดิน 2. น้ํา 3. ลม และ 4. ไฟ เพราะฉะนั้นถ้าฝันเห็นดิน ก็มักตรงกับเลข 1 หรือฝันเห็น ไฟ ก็ มักตรงกับเลข 4)
ถ้าฝันเห็นแว่นตา, ถนนมผู้หญิงทั้งสองข้าง ปาก คน เป็ด, คนกอดอก, ห่วง 2 ห่วงคล้องกัน ฯลฯ มักเป็นเลข 8 (คือ ถือเอาตามลักษณะและอักษรเช่นแว่นตามีวงกลม2วงต่อเนื่องกัน หรือนมสองข้าง ส่วนคําว่าปากและเป็ด ถือเอาตัวอักษร ป. เป็นความหมายของคําว่าแปด)
ถ้าฝันเห็นนก มักเป็น เลข 6 ทั้งนี้ไม่ถือตามตัวอักษร น. เป็น 1 แต่ถือเอาการออกเสียง “นก” ใกล้เคียงกับ หก หรือถือว่า นก คือ “วิหค” ก็ได้
ถ้าฝันเห็นเรือ มักเป็นเลข 5 (ตามความสังเกตว่า ร. เรือ มีลักษณะคล้ายตัวเลขอารบิคเลข 5 ก็ได้)
ถ้าฝันเห็นผู้หญิงในวัยสาวถึงกลางคน มักเป็นเลข 5 แต่ถ้าฝันเห็นหญิงคนท้อง มักเป็นเลข 6 หญิงแก่ชราหรือมารดา มักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นพลับพลา, บ้านเรือน, อาคาร, หรือหลังคาบ้าน มักเป็น เลข 7
ถ้าฝันเห็นวงแหวน, กําไลมือ, หลุมหรือบ่อหรือวัตถุที่มี ลักษณะเป็นวงกลม หรือกลอง มักเป็นเลข 0 (บางตําราว่าแหวน มักจะตรงกับ เลข 6 ซึ่งอาจถือเอาคําว่า ว.แหวน มีลักษณะ คล้ายเลข 5 ของไทยก็ได้)
ถ้าฝันเห็นสามง่าม, คราด, ส้อม ช้อน, คทา, รถสามล้อ, จั่วหลังคา มักเป็น เลข 3
ถ้าฝันเห็นจิ้งจก, ตุ๊กแก, จรวด, เจว็ดศาล, จอบ มักเป็น เลข 7 (ถือเอาตามตัวอักษร จ. อยู่ในคําว่าเจ็ด ส่วนตุ๊กแกนั้นถือ เอาไม้ตรี () มีลักษณะเป็นเลข ๗ ของไทย)
ถ้าฝันเห็นวัวควาย, สุนัข, เรือ หรือสัตว์ 4 เท้า ส่วน มากมักเป็นเลข 4 แต่ให้สังเกตว่า ถ้าเป็นสัตว์ที่อยู่ใน 12 นักษัตรของปีเกิด คือปีชวด-ปีกุน ให้ถือ ชวด (หนู) 1, ฉลู (วัว) 2, ขาล (เสือ) 3, เถาะ (กระต่าย) 4, มะโรง (งูใหญ่) 5. มะเร็ง (งูเล็ก) 6. มะเมีย (ม้า) 7, มะแม (แพะ) 8. และวอก (ลิง) 9. ส่วนระกา (ไก่) เป็น 1 หรือ 10, จอ (สุนัข) เป็น 11 หรือ 4 กุน (หมู) เป็น 12 หรือ 4
ถ้าฝันเห็นแก้วน้ํา, แก้ว, เพชรพลอย มีค่ามักเป็น เลข 9
ถ้าฝันเห็นเบ็ดตกปลา (ตัวเบ็ด) ไม้เท้าถือ (มีหัวโค้งงอ เหมือนรูปตัว j) คันร่ม หรือสะพานโค้งมักเป็นเลข 6
ถ้าฝันเห็นกางเกง, เสื้อ, ตะเกียบทั้งคู่ รางรถไฟ และ รองเท้า (ทั้งคู่) มักจะเป็นเลข 2 (ถือเอาว่าสิ่งเหล่านี้มีเลขเป็นคู่ คือ 2 เช่น กางเกงมี 2 ขา หรือรองเท้าต้องมีคู่หรือ 2 ข้าง)
ถ้าฝันเห็นงูใหญ่ หรือพญานาค (ตามที่เข้าใจในฝัน) มัก จะเป็นเลข 5 คือถือเอาลําดับในปีเกิด 12 นักษัตร ถ้าฝันเห็นงูเล็ก ๆ หรืองูธรรมดาทั่วไป มักเป็นเลข 6 (ถือปี 12 นักษัตร เช่นเดียวกัน)
ถ้าฝันเห็นมือหรือเท้า มักเป็นเลข 5 (ถือเอาว่ามี 5 นิ้ว) แต่ถ้าฝันเห็นแขน หรือขา มักเป็น 2 (ถือเอาว่ามนุษย์เรามี 2 แขน 2 ขา) แต่ถ้าฝันเห็นมือ ในลักษณะกําแน่นหรือกําหมัด หรือกําปั้น มักเป็นเลข 6 หรือ 9 และถ้าฝันเห็น “มือจับ” เช่น จับปลา จับสิ่งของ ถือเอาลักษณะของการ “จับ” เป็นเลข 7 เช่น จับปลา ก็จะต้องเป็น 87 หรือ 78 เพราะปลาเข้าในลักษณะของเลข 8
ถ้าฝันเห็นว่าวจุฬา มักเป็นเลข 5 เพราะมีปลายทั้ง 5 คล้ายดาว แต่ถ้าเป็นว่าวปักเป้า ว่าวอีลุ้ม มักเป็นเลข 4 เพราะ เป็น 4 มุม
ถ้าฝันเห็นบันได มักเป็นเลขคี่ คือ 3, 5, 7.9 (เพราะบันได ส่วนมาก จะต้องสร้างขั้นบันไดให้เป็นเลขคี่ ฉะนั้นถ้าฝันสังเกต
ระยะความสูงหรือขั้นบันไดได้ ก็อาจจะมีความหมายเป็นเลขคี่ เลขใดเลขหนึ่งได้ใกล้ชิด)
ถ้าฝันเห็นภูเขาสูงใหญ่ มักเป็นเลข 9 ถ้าฝันเห็นจอมปลวก หรือตัวปลวก มักเป็นเลข 8
ถ้าฝันเห็นอุจจาระ หรือ ขี้ มักเป็นเลขคี่ (แต่ต้องสังเกต ว่า จํานวนของก้อนขึ้นั้นมากหรือน้อย แล้วตีความหมายให้ ใกล้เคียงเช่น จํานวนก้อน 2 ก้อน ก็อยู่ในราวเลข 1, หรือ 3 แต่ ถ้ามากก็ตีความหมายเป็น 5 หรือ 7 ได้ อย่าให้ถึง 9)
ถ้าฝันเห็น หมวก, มงกุฎ, ชฎา, ธงปักปลายยอด มัก เป็นเลข 9 (คือ ถือว่าเป็นของอยู่สูง)
ถ้าฝันเห็นกุ้ง มักเป็น 9 ถ้าฝันเห็นรวมกับปลาก็ต้อง ตีความหมายว่า 98
ถ้าฝันเห็นเต่า, ตะพาบ มักเป็น เลข 4 บางตําราว่าเลข 3 คือถือว่าตัวอักษร ต. ใกล้เคียงกับเลข ๓ ของไทย
ที่ยกมานี้ เป็นแนวทางตัวอย่างของอิทธิพลตัวเลขแทน สิ่งต่าง ๆ ในฝันตามเหตุผลของเจ้าของตํารับเดิมแต่โบราณกาลมา ซึ่งท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามที ก็ลองพิจารณสังเกตเอาตามที่ท่าน ฝันดูสัก 2-3 ครั้ง บางที่จะช่วยให้ท่านมีประสบการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ขึ้นบ้าง

ฝันเห็นงูฝันเห็นงูสีขาวฝันเห็นงูเหลือมฝันเห็นงูเหลือมตัวใหญ่ฝันเห็นงูเหลือมสีทองฝันเห็นงูใหญ่
ฝันเห็นงูตัวใหญ่ฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูลายฝันเห็นงูเขียวฝันเห็นงูเห่าฝันเห็นงูจงอาง
ฝันเห็นงูจงอางยักษ์ฝันเห็นงูจงอางเข้าบ้านฝันเห็นงูจงอางหลายตัวฝันเห็นงูจงอางกัดฝันเห็นงูจงอางเผือกฝันเห็นงูจงอางชูคอ
ฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่มากฝันเห็นงูจงอางตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูแมวเซาฝันเห็นงูหลามฝันเห็นงูตัวสีฟ้าฝันเห็นงูตัวสีดำ
ฝันเห็นงูตัวสีแดงฝันเห็นงูสีทองฝันเห็นงูหลายตัวฝันเห็นงูสองตัวฝันเห็นงูเผือกฝันเห็นงูหลาม
ฝันเห็นงูตัวใหญ่มากฝันเห็นงูตัวใหญ่สีดำฝันเห็นงูตัวใหญ่หลายตัวฝันเห็นพญานาคฝันเห็นพญานาคตัวใหญ่ฝันเห็นพญานาคสีทอง
ฝันเห็นพญานาคสีเขียวฝันเห็นพญานาคสีแดงฝันเห็นพญานาคเล่นน้ำฝันเห็นพญานาคไล่ตามฝันเห็นหงอนพญานาคฝันเห็นพญานาคสีเงิน
ฝันเห็นพญานาคหลายตัวฝันเห็นพญานาคพูดได้ฝันเห็นพญานาคพ่นน้ำฝันว่างูรัดฝันว่างูกัดฝันว่างูกัดขา
ฝันว่างูกัดเท้าฝันว่าฆ่างูฝันว่าตีงูฝันว่างูเลื้อยผ่านฝันว่างูกัดแขนฝันว่างูกัดนิ้ว
ฝันว่างูไล่กัดฝันว่างูฉกฝันว่ากินงูฝันว่าจับงูฝันว่างูเลื้อยขึ้นตัวฝันว่างูรัดขา
ฝันว่างูรัดแขนฝันว่างูรัดตัวฝันว่างูรัดขาขวาฝันว่างูรัดขาซ้ายฝันว่างูรัดแขนขวาฝันว่างูรัดแขนซ้าย


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:37:47 AM »
10 สมุนไพรรักษาผมร่วง
1. มะคําดีควาย (Soap Berry)
มะคําดีควายจัดเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีสรรพคุณมากมาย ในส่วนของผลแก่ช่วยแก้โรคผิวหนัง น้ำต้มผลมะคำดีควาย นำมาชโลมผมช่วยแก้เชื้อราและรังแคได้ดี

สารสำคัญในมะคำดีควาย
กลุ่มซาโปนิน (Saponin)
สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ได้แก่ ควอเซทิน (Quercetin) และ Kaempferol


มะคําดีควาย (Soap Berry) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss

สารต่างๆเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อรา ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ ต้านการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทางเวชสำอางคือทำให้เกิดฟอง ฟองที่เกิดจากมะคําดีควายจะเป็นฟองที่คงทน เป็นฟองที่ได้จากสารธรรมชาติ ปัจจุบันนิยมนำเอาสารสกัดจากมะคําดีควายไปใช้ในเครื่องสำอางในกลุ่มของสารทำความสะอาด เช่นแชมพูขจัดรังแคมะคําดีควายลดเชื้อรารักษาผมร่วง สบู่มะคําดีควาย ครีมอาบน้ำมะคำดีควาย

2. อัญชัน (Butterfly Pea)
อัญชันเป็นพืชไม้เลื้อยสามารถขึ้นได้ทั่วประเทศไทย นิยมปลูกตามรั้ว ซุ้ม คนไทยนิยมใช้น้ำคั้นจากดอกอัญชันมาทำเป็นสีผสมอาหาร ใส่ในอาหารและขนมต่างๆ ภูมิปัญญาชาวบ้านยังใช้น้ำคั้นจากดอกมาทาศีรษะและคิ้วของทารกแรกเกิด เพื่อเป็นยาปลูกผมช่วยให้ผมดกดำเงางาม ส่วนใบและรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และเมล็ดดอกอัญชันใช้เป็นยาระบายได้


อัญชัน (Butterfly Pea) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss

สารสำคัญในดอกอัญชัน
สารกลุ่มแอนโทไซยานิน มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยดักจับสารพิษที่อยู่ในร่างกาย สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสายตา ดอกอัญชันช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยดีท็อกซ์ผิวบนหนังศีรษะ ช่วยปลูกผมใหม่

ด้วยความหลากหลายประโยชน์ของสารสกัดจากอัญชันนี้ จึงมีการนำมาผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่นในอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลรักษาเส้นผม หรือถ้าคุณมีดอกสด ก็เพียงคั้นน้ำแล้วน้ำชโลมให้ทั่วหนังศรีษะ นวดเบาให้ตัวยาน้ำดอกอัญชันกระจายได้ทั่วถึง ทิ้งไว้สักหนึ่งชั่วโมงก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. งาดำ (Black Sesame)
งาเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีไขมันไม่อิ่มตัว วิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย

งาดำ (Black Sesame) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในงาดำ
เซซามิน เซซาโมลิน และเซซามินิล ซึ่งจะมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแข็งตัว ลดความดันโลหิต ลดระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในตับ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย

ปัจจุบันมีการนำเอาสารสกัดจากงาและน้ำมันงาไปใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ภายนอกเช่นแชมพูงาดำ ครีมหมักผมงาดำ ซึ่งคุณสมบัติของงาดำที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีนี้จะช่วยแก้ปัญหาผมร่วงผมบางได้

4. กระเทียม (Garlic)
กระเทียมเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน ถือเป็นเครื่องเทศที่ใช้ประจำครัวมาช้านาน อาหารแทบทุกชนิดมักมีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย สรรพคุณเด่นของกระเทียมคือช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด ลดอาการอักเสบ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ในสมัยโบราณใช้ทาแก้กลาก เกลื้อน และโรคผิวหนังได้ดี

กระเทียม (Garlic) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในกระเทียม
สารสำคัญในกระเทียมอยู่ในรูปแบบของน้ำมันหอมระเหยที่ชื่อว่า อัลลิซิน (Allicin) ด้วยสรรพคุณเด่นในการต้านการอักเสบของกระเทียมนี้ จึงช่วยบำรุงหนังศรีษะ ลดเชื้อจุลินทรีย์ ความเผ็ดร้อนของกระทียมเมื่อนำมาหมักผม จะกระตุ้นเลือดมาเลี้ยงหนังศรีษะ ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม กระเทียมจึงช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้นั่นเอง

5. ว่านหางจระเข้ (Aloevera)

ว่านหางจระเข้ (Aloevera) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในว่านหางจระเข้
วุ้นและน้ำเมือกจากกาบใบว่านหางจระเข้มีสารสำคัญจำพวกไกลคอลโพรเทอิ ที่ชื่อ อะล็อคทิน A และอะล็อคทิน B ที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ ในการวิจัยพบว่าวุ้นและน้ำเมือกของว่านหางจระเข้งั้นช่วยรักษาแผลไฟไหม้ แผลเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหารได้ดี สวนน้ำยางสีเหลืองของใบว่านหางจระเข้การแพทย์โบราณยังนำมาทำเป็นยาที่เรียกว่ายาดำที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เนื่องจากว่านหางจระเข้มีสรรพคุณเด่นในทางบำรุงผิวพรรณ ถ้านำมาใช้กับหนังศีรษะก็จะช่วยบำรุงหนังศีรษะ ลดการอักเสบและต้านเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆบนหนังศีรษะ เมื่อหนังศีรษะแข็งแรงก็จะช่วยรักษาอาการผมร่วง ผมบางได้


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:38:02 AM »
6. ใบหมี่ (Litsea Glutinosa)

ใบหมี่ (Litsea Glutinosa) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


ใบหมี่เป็นสมุนไพรท้องถิ่นจากทางภาคเหนือ ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเพื่อใช้กำจัดเหา นอกจากนี้ส่วนต่างๆยังมีสรรพคุณอีกมากมายเช่น รากใช้บำรุงกำลังแก้ท้องอืด ใบสดนำมาขยี้ใช้รักษากลากเกลื้อน เปลือกของต้นสดใช้อมแก้ปวดฟัน แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ในด้านความสวยความงามนั้น น้ำมันหอมระเหยที่พบในใบหมี่มีสรรพคุณในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้ชุ่มชื้น ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง วิธีใช้ก็ให้คั้นน้ำจากใบสด แล้วเอามาชโลมให้ทั่วหนังศรีษะและเส้นผม ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมงแล้วจึงล้างออก

7. ขิง (Ginger)
ขิงมีประโยชน์สารพัด เป็นทั้งยาและอาหาร ด้วยความที่ขิงมีกลิ่นหอมฉุนมีรสเผ็ดร้อน จึงนำมาใช้ดับกลิ่นคาวในการประกอบอาหาร ขิงนิยมนำมาต้มดื่ม เพื่อช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ลดอาการไอ ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้ร่างกายอบอุ่น

ขิง (Ginger) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในขิง
จะอยู่ในรูปของน้ำมันหอมระเหยที่ชื่อ จิงเจอรอล สารตัวนี้มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ ลดการอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ ด้วยความที่ขิงมีรสเผ็ดร้อน เมื่อคั้นน้ำแล้วนำมาหมักผม ความร้อนของขิงจะช่วยขยายรูขุมขนบนหนังศีรษะ ฆ่าเชื้อราต่างๆ ล้างสารพิษที่อยู่บนหนังศีรษะ เมื่อรูขุมขนบนหนังศีรษะขยายตัวก็จะเกิดผมขึ้นใหม่ได้ง่าย ขิงช่วยรักษาผมร่วงได้

วิธีใช้ขิงเพื่อแก้ปัญหาผมร่วงคือใช้น้ำคั้นจากขิงผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือจะใช้น้ำขิงคั้นสดเพียงอย่างเดียวก็ได้ นำมาชโลมให้ทั่วทั้งศรีษะ ทิ้งไว้สักหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ล้างออก ในกรณีที่ใช้เพียงน้ำขิงก็ใช้แค่น้ำสะอาดล้าง แต่ถ้าใช้น้ำขิงผสมกับน้ำมันมะพร้าว ก็ให้ล้างออกโดยแชมพูทั่วไป

8. มะกรูด (Kaffir Lime)
มะกรูดเป็นพืชเครื่องเทศและพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารเพื่อแต่งกลิ่นรสชาติและดับกลิ่นคาว คนไทยนิยมนำน้ำจากผลมะกรูดมาใช้สระผม เพราะความเปรี้ยวของน้ำมะกรูดช่วยทำความสะอาดและผิวลูกมะกรูดมีน้ำมันช่วยให้ผมหอม

มะกรูด (Kaffir Lime) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในมะกรูด
ในน้ำมะกรูดนั้นมีกรดซิตริกแอซิด วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ในส่วนของเปลือกของผลหรือที่เราเรียกกันว่าผิวมะกรูดมีน้ำมันหอมระเหยและสารที่เรียกว่า Resorcinol  ซึ่งมีฤทธิ์ในการขจัดรังแค ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม ช่วยให้เส้นผมดกดำ

วิธีการใช้มะกรูดในการรักษาผมร่วงที่ได้ผลก็คือการใช้ทั้งน้ำและผิวมะกรูดมาหมักผมเพราะน้ำมะกรูดที่เป็นกรดจะเป็นตัวทำความสะอาดและเปิดรูขุมขนบนหนังศีรษะ จากนั้นน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในผิวมะกรูดก็จะช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นทั้งการทำความสะอาดและบำรุงไปพร้อมกัน มะกรูดจึงเป็นสมุนไพรเด่นที่ช่วยดูแลรักษาเส้นผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

9. ใบย่านาง (Tiliacora)
ใบย่านางมีสารสำคัญที่พบมากก็คือเส้นใยอาหาร แคลเซียม และธาตุเหล็กสูง นิยมนำใบย่านางมาคั้นดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกายเนื่องจากหญ้านางนั้นมีฤทธิ์เย็นช่วยถอนพิษไข้ได้ดี

ใบย่านาง (Tiliacora) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในย่านาง
p-Hydroxybenzoic acid, Cinnamic acid, Monoepoxy-betacarotene
ทำให้ใบย่านางมีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบการการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ลดภาวะร้อนในร่างกาย ด้วยสรรพคุณเหล่านี้เมื่อนำน้ำคั้นใบย่านางมาชโลมผมและหนังศีรษะก็จะช่วยล้างพิษที่ตกค้างบนหนังศีรษะ เป็นยาลดเชื้อราตามธรรมชาติ ใช้ทั้งกินและทาก็จะช่วยให้ผมดกดำเงางาม วิธีใช้คือใช้น้ำคั้นจากใบย่านางมาชโลมผมและหนังศรีษะ ทิ้งไว้แล้วล้างออก ทั้งนี้ถ้าคุณไม่กังวลว่าสีเขียวจากใบย่านางจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของคุณ ก็สามารถชโลมแล้วทิ้งไว้จนแห้งไปเองเลยก็ได้

10. ใบบัวบก (Centella Asiatica)
ใบบัวบกเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในทางยากันมาอย่างยาวนาน ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีว่าน้ำใบบัวบกช่วยแก้ช้ำใน แก้ฟกช้ำ แก้ร้อนในแก้กระหายน้ำ ช่วยให้ความจำดี

ใบบัวบก (Centella Asiatica) สมุนไพรรักษาผมร่วง, ผมร่วง, ผมบาง, หัวล้าน, ปลูกผม, อาหารลดผมร่วง, อาหารผม, วิธีรักษาผมร่วง, ปัญหาผมร่วง, แก้ปัญหาผมร่วง, herb for hair loss


สารสำคัญในใบบัวบก
Asiaticoside สารตัวนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ลดการเกิดแผลและริ้วรอยบนผิวหน้า ลดการอักเสบจึงช่วยสมานแผล
ใบบัวบกน้ำมีฤทธิ์เย็นเหมือนกับใบย่านาง ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อนำน้ำคั้นจากใบบัวบกมาชโลมหนังศีรษะและหมักผม ก็จะช่วยให้ผมขึ้น เซลล์รากผมแข็งแรง

ปัญหาที่เกี่ยวกับเส้นผม
6 อาหารที่ช่วยให้ผมหนา
น้ำมันกระเทียมลดผมร่วงช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม
ชะลอการเกิดผมหงอกด้วยงาดำ
ขิงช่วยลดผมร่วงและกระตุ้นการงอกของเส้นผม
9 เคล็ดลับแก้ปัญหาผมร่วงผมบางหัวล้าน
7 วิธีหยุดผมร่วงโดยธรรมชาติ
10 สมุนไพรรักษาผมร่วง
ประโยชน์ของดอกอัญชันเพื่อสุขภาพผมที่ดี
สาเหตุของอาการผมร่วงที่คุณควรรู้
วิธีปกป้องเส้นผมจากความเสียหายด้วยคลอรีนในสระว่ายน้ำ
อาหารป้องกันผมร่วง
4 วิธีง่ายๆที่ช่วยป้องกันผมร่วง
7 อาหารที่ช่วยให้ผมยาวเร็ว


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:40:53 AM »
TOP 10 SCIENCE FACTS NO LONGER TAUGHT IN SCHOOLS
Discovery is a fundamental aspect of scientific progression, but each new finding must also rain hell on a teacher’s lesson plan. Think about it, every change to what we once knew to be correct alters what children learn in school. It’s these changes in the curriculum that give us the content for this Archive of the top ten science facts no longer taught in schools. Before we get started, help us out by hitting that like button, and be sure to leave us a comment because we're always looking to engage in interesting conversations with you! Also, don't forget to click the bell so you get notified every time we put out a new video!

10. Paper Can Only Be Folded Seven Times
It may not have taken a large chunk out of the daily curriculum to discuss, but there is a very good chance that, at some point during science, the topic of folding paper popped up. It was once believed that paper could only be folded seven times before the energy needed to complete a crease became impossible to exert. With a standard piece of 8 1/2” x 11” (20x27 cm) paper, the surface area for the fold becomes too small to continue folding, but with larger samples, more than seven folds are possible – but also incredibly difficult. As MythBusters proved, it requires a little mechanical help to fold a football-field sized sheet of paper 11 times, but, it can be done.

9. The Bohr Model
Mapping the atom has been a lengthy process and, through it, misconceptions have been made. Consider the universal symbol of the atom, where the electrons orbit the nucleus in a circular manner much like the Solar System model. While the model introduced by Niels Bohr seemed accurate, it was later determined that electrons move in a random fashion over a 3D plane. Bohr’s model, which was first conceived in 1913, is a simplistic form of a very complex process and fails to depict the proper motion of electrons and the energy levels in atoms with multiple electrons.

8. Diamond is the Hardest Substance
Used in industrial drilling, the diamond was once considered the hardest substance, making it ideal for those difficult jobs. Though man-made nanomaterials have since robbed it of its title, the real upset came with simulations that showed wurtzite boron nitride as being 18% harder than diamond and the mineral lonsdaleite at 58% harder. Determining the accuracy of this claim stems strictly from simulations as both materials are extremely rare in nature and difficult to produce in a controlled setting, but looking at the bond flexibility in the atomic makeup of wurtzite boron nitride has lent credence to the belief.

7. The Three Phases of Matter
Looking at a glass of water, we know that it is in its liquid form, whereas when it is ice, it’s a solid, and when it’s steam, it’s a gas; but recent research into how matter would react at extremely high temperatures and pressures has revealed a fourth phase – plasma. When placed under temperatures and pressures like those that occur on the Sun, electrons no longer move around the nucleus, leaving behind a positively charged ion. The atomic breakdown, loose electrons, and remaining ion result in a fluid-like substance, or plasma, capable of generating electromagnetic forces.

6. There Are Only Five Senses
Believe it or not, ESP is not the sixth sense. According to a study delving into the human physiology, taste, hearing, sight, smell, and touch are the basic senses, but an awareness of balance, pain, temperature, and pressure have since been included. It doesn’t even stop there, either, as researchers have expanded the human senses to include “non-traditional senses” like proprioception, which tells your body where your body parts are in relation to one another, tension sensors, stretch receptors, chemoreceptors, thirst, hunger, magnetoception - or the ability to detect magnetic fields - time, and itching.

5. The Tastebud Map
At one point in time, it was popular to think that the tongue had four specific receptors responsible for tasting food categorized as bitter, sweet, sour, and salty. It was believed that only the tips of our tongue could taste sweet food while the taste buds in the back were reserved specifically for bitterness, but that couldn’t be any further from the truth. In fact, the roadmap to the tongue is far more complex and detailed with clusters of receptive cells located all over the tongue’s surface, each one capable of distinguishing different tastes.

4. The State of the Solar System
Much of what we believed about the Solar System has changed over the years, making it difficult for lesson plans to keep up. Among the multitude of discoveries is the possibility of water on Mars, a planet once thought to be dry and arid. In May of 2017, it was found that the space between Saturn and its rings is not filled with dust and debris as originally thought, but is in fact empty. Additionally, along with being downgraded to a Dwarf Planet, Pluto was also found to have signs of a subsurface ocean.

3. Brain Cells Don’t Regrow
While interactions with certain people may have you believe differently, the concept that the human brain doesn’t grow new cells is an antiquated belief. A Cornell University study observed the regeneration of cells in a laboratory dish while additional research using adult mice saw the unexpected growth of dendrites or the branch-like projections on neurons, some doubling their length in two weeks. The process of new brain cell growth, or  neurogenesis, is believed to be linked to improved moods and better memory and can combat some effects of aging.

2. The Oceans of the World
If you happen to have a map nearby, take a look at it. Does it just show the Atlantic, Pacific, Indian, and Arctic Oceans? If so, it may be time to toss that sucker out as there is now a fifth ocean – the Southern Ocean. In 2000, the International Hydrographic Organization drew the boundaries for the latest ocean, categorizing it as any water located below 60? south. Though the IHO is a United Nations-recognized body with a membership of over 80  countries, its drawing of the Southern Ocean boundaries has been refuted by several nations who continue to only recognize the four original charted waters.

1. Only Nine Planets
Nowadays, we’ve learned that space is a proverbial playground of extraterrestrial planets, to the point where it seems like a new one is discovered every week. Thinking back to schooling before the early 90’s, though, all that was ever talked about were the celestial bodies revolving around the Sun. Astronomers believed other planets existed beyond our nine neighbors, but it wasn’t until 1992 that the first exoplanet was physically discovered. The planet, 51 Pegasi b, got the ball rolling as, in the 15 years that have passed, over 3,000 exoplanets have been confirmed, with over 100 billion unconfirmed bodies believed to be within the Milky Way alone.

10 SCIENCE FACTS YOU DIDN'T LEARN IN SCHOOL
10 AMAZING EXPERIMENTS YOU CAN DO AT HOME
AROUND THE WORLD TOP LIST

anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:41:17 AM »
TOP 10 EXTREME ANIMAL SURVIVORS
From scorching deserts to frozen ice caps, dizzying mountains and deep sea trenches, these animals have found ways to survive in the deadliest environments on Earth
source Matt Ayres

1. Camel
Where water is rare, camels thrive Ask people what camels store in their humps, and many will tell you that it’s water. But contrary to the common myth, the protrusions on camels’ backs have nothing to do with keeping these gangly mammals hydrated. Camel humps are simply stores of fat, which they use to fuel
their bodies when food is scarce. As for getting enough water, camels call upon a wealth of impressive adaptations to keep their bodies from drying out in the arid desert. Unlike humans, camels barely sweat at all – their thick coats help to insulate their bodies in the scorching sun, so they can withstand temperatures up to 49 degrees Celsius (120 degrees Fahrenheit) without losing excessive water through their sweat glands. And while other mammals expel moisture in their breath, the camel’s nostrils have evolved to trap water vapour and reabsorb it into the body. When they do get a chance to drink, camels really go for it – an average-sized, 600-kilogram (1,300 pound) camel can consume 200 litres in around three minutes. Other mammals might rupture their blood cells by drinking so much, but the camel’s unusual oval-shaped blood cells mean they’re capable of withstanding extreme variations in water content.

2. Rat
Never underestimate the common rat Whether you love or loathe rats, there’s no denying their phenomenal survival skills. These rodents are made of tough stuff: they’ve been known to survive getting flushed down the toilet and falling from heights equivalent to fi ve stories. Rats can also survive the nuclear fallout from atomic bombs, as witnessed in roof rats on the nuclear testing ground of Enewetak Atoll. The rat’s anatomy seems designed to inhabit almost any environment – it is able to swim in open ocean, climb vertical walls, leap several times its body length, and bite through thick concrete or metal to find a safe place to live.

It’s therefore no surprise that humans find it difficult to keep rats out of their homes. The cunning critters might scale your walls and sneak through cracks in the roof, gnaw through narrow holes in your brickwork or arrive in your toilet bowl by swimming through sewage pipes. But before you begin your anti-rat crusade, consider that these rodents are also some of the most intelligent and affectionate animals around. Pet rats love to play with their owners – like dogs, they can learn their names and be taught tricks.
African giant pouched rats have even been trained to sniff out human hazards, from
land mines to tuberculosis

3. Gannet
Seabirds that survive terrifying dive bombs While the term ‘gannet’ often refers to someone who scoffs
an excessive amount of food in a short amount of time, these mighty sea birds are more than mere gluttons. As the UK’s largest sea bird, it’s true that gannets are capable of eating large quantities of fish. However, it’s the method they use to catch their prey that means they should be considered among nature’s most extreme survivors.

Gannets hunt by turning their bodies into sleek, seafaring missiles – once they reach an altitude of 30 metres (98 feet), the birds angle their bodies downward and dart towards the water at terrific speed, reaching 97 kilometres (60 miles) per hour before they hit the surface. While most birds would be injured by the impact of such a daring dive, gannets’ faces and chests are equipped with air sacs that cushion their entry. The extra momentum allows them to pursue their prey into deeper water than most birds.

4. Guanaco
Llama-like masters of mountaineering Along with llamas and alpacas, guanacos are related to camels. They can therefore survive for long periods without water. In fact, guanacos living in the Atacama Desert, Chile, rarely drink at all, getting all the moisture they need by consuming water absorbent plants such as cacti
and lichens. But it’s not just a lack of water that guanacos have to worry about. These mammals are
frequently found in the steep, mountainous regions of South America, at breathtaking altitudes reaching up to 4,000 metres (13,100 feet) above sea level. In order to traverse these treacherous cliffs and sheer slopes, guanacos have broad, two-toed feet, which provide them with excellent balance.

Oxygen levels are dangerously low in this lofty environment, so the guanaco has adapted to make the most of the available air particles. Its blood is rich in red blood cells, containing four-times the number found in human blood. A single teaspoon of guanaco blood contains approximately 68 billion red blood cells, each
packed with haemoglobin that helps to carry oxygen around the animal’s body. Life in the mountains can be bitterly cold, so the guanaco’s shaggy coat is another essential tool, preventing rain from chilling their skin.

5. Cockroach
Nuclear apocalypse? No problem for cockroaches Tough, adaptable and super resilient, cockroaches are among the most impressive survivors of the insect world. Tests have shown that these much-maligned bugs are capable of surviving powerful radioactive rays, meaning that in the event of a worldwide nuclear war, cockroaches could potentially outlive humans.

Another reason for the cockroach’s hardy reputation is the species’ ability to quickly adjust its instincts in response to environmental factors. For example, some populations of cockroaches have learned to avoid sugary bait, which is commonly mixed with poison to exterminate roach nests.

An aversion to sweet tastes has since passed through cockroach generations, eff ectively leading the insects to evolve in a matter of years and thus increasing their chances of survival. Perhaps most amazingly of all, cockroaches can live for weeks without a head. Cockroaches can continue scuttling
around long a  er being decapitated, breathing through spiracles in their bodies. However, without a head they are unable to eat, so they eventually die of starvation.

6. Dung beetle
These industrious insects dine on dung
Being a true survivor means taking advantage of whatever food is available. Insects are particularly unfussy when it comes to what they eat – one species has become famous for indulging in the most rancid meal imaginable.

Dung beetles are coprophagous animals, meaning that they feast on faeces. In fact, they gorge on the stuff, doing everything they can to get their segmented legs on a fresh portion. Some roll the dung into balls and push them back to their burrows; others bury it where they can find it later for a more immediate meal, or simply live in piles of manure to avoid the strenuous task of hauling it around with them.

Dung rolling is hard – some scarab species are capable of pushing balls over 1,000-times their weight. This makes them the strongest animal on Earth in comparison to body weight. Imagine tugging six double-decker buses on your own, and you’ll get an idea of their strength.

7. Polar bear
Arctic survivors that embrace the cold
The Arctic is one of Earth’s most famously hostile environments, so it’s fitting that its most famous inhabitant is an animal built for survival. Polar bears are the biggest bears in the world, and the only ones capable of surviving in the Arctic’s icy climes. Temperatures here can drop to -50 degrees Celsius
(-58 degrees Fahrenheit) in winter.

To cope with such frosty weather, the polar bear is equipped with two layers of fur: a thick thermal undercoat of dense hair, and an outer coat of longer guard hairs to prevent ice and water from reaching their skin. Beneath their coats, polar bears have a thick layer of body fat, which serves as extra
insulation and an energy reserve for long periods without food. This means polar bears are very good at fasting – they can survive for an incredible ten months without food.

Despite their survival skills, climate change remains a constant threat; polar bears are classified as Vulnerable on the IUCN Red List.

8. Emperor penguin
These blubbery birds team up to tackle life in Antarctica Emperor penguins rule the vast wilderness of Antarctica. Like other birds, penguins have densely packed feathers to keep them warm. However, the best defence emperor penguins have against the cold is a thick layer of fat under their skin.

This is particularly useful when braving the icy water. While other sea birds can only remain submerged for short periods, emperor penguins can stay in the bitterly cold Antarctic water for 20 minutes. They can also dive deeper than any other bird, reaching depths of 565 metres (1,850 feet).

There’s safety in numbers, as well as warmth. With little shelter from the elements, these penguins huddle together in their thousands to conserve heat. This technique is vital in the middle of winter, as the males
are left to incubate their eggs through snowstorms and subzero temperatures. Without huddling, a single emperor penguin would burn through twice the amount of body fat to stay warm.

9. Wood frog
Unassuming amphibians who freeze themselves to survive winter Frogs aren’t obvious winter animals, but one North American variety has overcome its aversion to cold weather by adopting a rather extreme survival strategy: freezing itself alive.

The wood frog, which can be found in cold northern states such as Alaska, is a famously freeze-tolerant creature capable of surviving for weeks on end with 65 per cent of its body frozen solid. During this time, the frog’s body grinds to a halt, with basic functions such as breathing and circulation entering a state
of limbo. When the weather warms up, the wood frog thaws out and continues life as normal, suffering no ill effects.

The trick is made possible thanks to cryoprotectants: chemicals in the frog’s body that prevent cell tissues from shrinking and drying out when exposed to extreme temperatures. Scientists studying wood frogs believe that similar chemicals could be used to freeze human organs for transplantation.

10. Tardigrade
Meet the most resilient animal on Earth They may not look particularly exciting, but tardigrades (also known as water bears or moss piglets) have the distinct honour of being Earth’s most extreme survivors. These microscopic creatures are 0.5 millimetres (0.02 inches) long when fully grown, and can be found in a diverse range of habitats, from the tops of mountains to the deepest depths of the ocean.

With the ability to survive boiling hot and freezing cold temperatures, withstand pressures 6,000-times stronger than the planet’s atmosphere, and survive devastating doses of radiation, the tardigrade is one seriously tough cookie. The tiny critters can even survive in the lifeless vacuum of space – something no other animal has been able to do.

10 HORROR ANIMALS MOVIE
12 MOST EXPENSIVE FRUITS IN THE WORLD
30 WEIRD AND WONDERFUL NATURAL PHENOMENA
10 ROADS AROUND THE WORLD YOU WOULD NEVER WANT TO DRIVE ON
6 STRANGEST KOREAN FOODS
10 CREEPY URBAN LEGENDS FROM AROUND THE WORLD
5 MYSTERIOUS PEOPLE WHO HAVE FINALLY BEEN IDENTIFIED
5 MOST TOXIC ABANDONED GHOST TOWNS ON EARTH
10 CREEPIEST WEBSITES
15 MOST BIZARRE HOBBIES AROUND THE WORLD
22 STORIES BEHIND COUNTRY NICKNAMES AROUND THE WORLD
18 BONE CHILLING URBAN LEGENDS FROM AROUND THE WORLD
TOP 15 SCARY GHOST SIGHTINGS CAUGHT ON CAMERA BY YOUTUBERS
TOP 5 MOST VENOMOUS SPIDERS IN THE WORLD
10 MURDERS BLAMED ON VIDEO GAMES
10 TECHNOLOGIES INSPIRED BY VIDEO GAMES
AROUND THE WORLD TOP LIST

anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:41:34 AM »
TOP 10 MOST BIZARRE SCIENTIFIC THEORIES
Science is a strange, strange thing. The brightest minds come up with theories pertaining to our existence, space, and time – but sometimes they stretch beyond the boundaries of normalcy. In this installment, we’re scoping ten of the most bizarre scientific theories to be posed throughout time. You ready for this ride?

10. 21 Grams
Think about how much you weigh. If you’re not pleased with it, know that, according to the 21 Grams theory, you can subtract exactly that from your number to accommodate how much your soul weighs. So, maybe that's 1/20th of a pound or so, but that’s something, right? The theory came about with the research of Dr. Duncan MacDougall in the early 20th century. MacDougall observed several subjects as they died and believed he was able to determine when their souls left their bodies as their body weights were shown to drop 21 grams after death. MacDougall’s research is chided as incomplete and flawed due to the small sample size he used.

9. Holographic
Universe Theory In the words of the great Doctor Ellie Sattler, “It’s all an illusion!” Of course, the Holographic Universe Theory is talking more about the universe and everything contained within and not the perceived power of a dinosaur zoo… According to a team of theoretical physicists from the University of Southampton, our universe is nothing more than an illusion. Our 3D reality, then, would be stored on a 2D surface and not a thing we do matters because we only exist on this 2D plane as an illusion. The question we have is if we’re a holographic illusion, who is being entertained by us?

8. Lamb Trees
English Knight and traveler Sir John Mandeville is no stranger when it comes to spreading misinformation such as an island of dog-headed humans, but one of his most fantastical is that which spawned the theory that lambs grow on plants. In Mandeville’s writings, he spoke of a plant in Tartary, now present-day Russia and Mongolia, that produced gourds that sprouted lambs. For nearly 300 years, people actually debated Mandeville’s claim, among those involved being Italian polymath Girolamo Cardano, who used the lack of needed heat in soil to debunk the theory of the “lamb tree.”

7. Time Doesn’t Exist
Ready to have your mind blown? Consider then the scientific theory that states that time doesn’t exist. So what have I been wasting all of this time? Can I even use “time” in that sentence? My world is falling apart and it’s all thanks to Julian Barbour, the British physicist responsible for the theory that states time is nothing but an illusion. According to Barbour, there is no concrete evidence of the past, save for the memories we have, and the future is nothing more than a concept we’ve dreamed up. It’s the changes that we claim to go through that create this illusion of time. Barbour believes that individual moments that create the illusion of time, or Nows, are complete and exist in their own right.

6. Clockwork Universe Theory
Here’s a theory to tick off people of faith and atheists! Consider that, yes, God does exist, but his only contribution to the universe we live in was to set everything in motion. Then he steps aside and just watches it all unfold like a bad sitcom. Clockwork Universe Theory basically paints this image by comparing the universe to a mechanical clock that was wound up by God and then left to tick along. The laws of science, such as Newton’s laws of motion, are said to be the “gears” that keep the whole thing going.

5. Panspermia Theory
Where did life come from? It’s a question that many have tried to answer, but of all the incredible ideas put forth, the theory of Panspermia may be high on the bizarre list. According to the theory, some 4 billion years ago, Earth suffered a lengthy period of meteor showers. Upon these space rocks were thought to be the first organisms of Earth, meaning that life on our planet didn’t actually start here but rather elsewhere in the universe. While one could argue that no other planet can sustain life, Panspermia points to the resiliency of organisms like bacteria, which can sustain life in temperatures as high as235?F (113?C). This, supporters claim, makes it difficult to determine what conditions are ripe for life to form and thrive.

4. The Universe is a Computer
So, some people theorize that the universe is just one big computer, using mathematics and a pretty powerful CPU to simulate our world. Okay, fine, I’ll say it because you’re all thinking it: Just like The Matrix. It’s a theory that’s been supported by great minds like Elon Musk, who stated there’s a “billion to one” chance that we’re living in “base reality.”Whether we are a computer simulation or even a program designed by some super-intelligence really may not matter in the long run.That is, of course, until someone offers you a red and blue pill… Which would you take?

3. Spontaneous Generation
Have you ever wondered where maggots come from? I mean, when it comes to decayed food that’s left out. They seem to just kind of… appear, right? While many of us believe they don’t just spontaneously appear, there’s a school of thought that revolves around the Spontaneous Generation Theory that claims those maggots are actually formed through the nonliving matter of the meat.Another example is the existence of mice when a piece of bread or cheese is left out.

2. Zoo Theory
Maybe the most uncomfortable theory in this Archive, the zoo theorists believe that we are just one big attraction for some moreadvanced extraterrestrial race.The theory is often used as a reason why aliens have yet to contact Earth, claiming thesebeings would prefer to watch us evolve and thrive on our own without contaminating the environment we live in. In 1973, MIT radio astronomer John A. Ball proposed the idea that aliens are merely avoidingus, watching us from some deep corner of the galaxy. I prefer South Park's rendition where Earth is a reality TV show for aliens. I mean, who wouldn't want a talking hard shell taco that poops ice cream?

1. Garbage Theory
Austrian astrophysicist Thomas Gold caught our attention with another “panspermia” theory, that is, one that claims microorganisms exist throughout space. In this theory, Gold proposes that Earth was a literal junkyard for extraterrestrials. Rather than recycle their waste on their own planets, Aliens were traveling the galaxy,looking for a spot to unload their trash, when something went wrong, and it was all accidentally dumped on Earth. Within that waste lived the microorganisms that became the beginning of life on Earth. Won’t lie… I’m a little insulted by this one.

10 SCIENCE FACTS YOU DIDN'T LEARN IN SCHOOL
10 AMAZING EXPERIMENTS YOU CAN DO AT HOME
AROUND THE WORLD TOP LIST


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:41:49 AM »
TOP 10 OLDEST ANIMAL SPECIES ON EARTH
From jellyfish to the horseshoe shrimp, we count down the top 10 oldest animal species on earth.

10. Martialis heureka


120 Million Years Old: Considered the oldest ant species in the world, the Martialis heureka was found in the Amazon rainforest in the year 2000. Completely blind, this creature lives underground and comes up to forage at night. It can’t dig, so it has to rely on pre-existing tunnels. It’s so strange looking that the Martialis part of its name means “from Mars.” The coolest part of all? Its DNA has barely changed in the last 100 million years.

9. Horseshoe Shrimp


200 Million Years Old: Formerly known as the Triops cancriformis, this ancient shrimp species is no small fry when it comes to staying power. It was around when dinosaurs roamed the planet and shows no signs of slowing down. Adult horseshoe shrimp typically die when their habitats dry up – however, the babies have an advantage. Eggs can survive up to 20 years in extreme conditions. Talk about stubborn!

8. Sturgeon


200 Million Years Old: A sturgeon isn’t one type of fish – it actually refers to 27 different species, all as old as time. Sadly, despite their age, sturgeons are card carrying members of the endangered species list. People harvest them for their roe, an ingredient in caviar. It’s believed that four species in the sturgeon family are already extinct. When left alone, sturgeons live up to 60 years and can be found in North America and Eurasia.

7. Lamprey


360 Million Years Old: This “living fossil” won’t win any beauty pageants, but, boy, does it have a story to tell. Largely unchanged since its beginning, the lamprey  is an eel-like parasite that attaches itself to fish and feeds on body fluids. This action often severely injures or kills the host. Creepy and disgusting, right? But that’s not all. Lampreys can grow up to two feet in length. You wouldn’t want to run into one in a dark room.

6. Coelacanth


360 Million Years Old: Originally thought to be extinct, a museum curator discovered one living off the coast of South Africa in 1938. This rare fish is an object of fascination for scientists because of its similarity to the ancient fish that eventually evolved into the first land vertebrae. Many believe the “coelacanth genome” holds the key to learning more about our own evolution. Who knows what the future will bring?

5. Horseshoe Crab


445 Million Years Old: You’ve probably seen one of these at your local aquarium, but did you know this creature had such a long history? Horseshoe crabs live in shallow areas of the ocean and come to shore when it’s time to mate. Fishermen sometimes use them as bait to catch eels, and in China eggs are used as food. If you find these guys disturbing, know this – horseshoe crabs are related to arachnids, aka spiders.

4. Nautilus


500 Million Years Old: The nautilus lives on the “molted skins” of hermit crabs and lobsters and has an amazing sense of smell. It can grow to about 7 inches in diameter and lives for roughly 20 years. Prized for its attractive spiral shell that people like to collect, the nautilus is at risk for extinction. Areas that once housed hundreds of them now have only one or two.

3. Jellyfish


505 Million Years Old: In 2007, researchers at the University of Kansas discovered a fossil 200 million years older than the oldest known jellyfish fossil. We’re looking at a squishy blob that existed before the first land plants appeared. Jellyfish can grow about 6 feet in length but have very short lifespans. They feed on plankton, fish eggs, and other jellyfish.

2. Sponge


760 Million Years Old: Who lives in a pineapple under the sea? Actually, the sponge has been around since before pineapples existed. Found in both tropical and polar waters, the sponge usually attaches itself to firm surfaces like rocks. Believe it or not, some can live up to 200 years. Sponges are asexual and most function as hermaphrodites. There’s a story you can tell the kids in science class.

1. Cyanobacteria


3.5 Billion Years Old: Yep, we’re counting bacteria. Referred to as the “most successful group of microorganisms on earth,” you can find cyanobacteria in just about any spot with water. Foodies, take note. It’s often used as biofertilizer for rice.

TOP 10 RIDICULOUS SCIENCE MYTHS YOU WERE TOLD GROWING UP

TOP 10 WEIRD FRUIT YOU'VE PROBABLY NEVER HEARD OF

TOP 15 MOST SUCCESSFUL INDIE GAMES EVER MADE

TOP 10 CRAZIEST NATURAL PHENOMENA AROUND THE WORLD

TOP 10 MYSTERIES SCIENCE HAS YET TO EXPLAIN


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 08, 2020, 01:00:48 AM »
5 MYSTERIOUS PEOPLE WHO HAVE FINALLY BEEN IDENTIFIED

1. David Lytton
On December 11, 2015, this unidentified man was filmed by CCTV leaving the Manchester Piccadilly railway station in England. A day later, his body was discovered near the "Indian's Head" rock feature overlooking a remote reservoir in Saddleworth Moor. The man had no identification, and other than his train tickets, he was carrying nothing besides an empty vial of Strychnine.

It was believed that he swallowed the poison to commit suicide and likely had some tie to the location where he was found. When reports of the mysterious man’s death were made public, many speculated that he was involved in a 1949 plane crash......in which a British European Airways Douglas DC-3 impacted Indian’s Head in a fog, killing 24 and leaving 8 survivors. That potential lead, however, turned up no clues, and other attempts to link him to missing persons and suspected spies failed.
The case went cold for a year until police focused on Urdu writing found on the vial and a metal plate in the man’s leg. Both items likely came from Pakistan, and the investigation turned to combing through flights that had arrived from the country. By comparing passport photos to the deceased man, police were finally able to identify him as David Lytton in early 2017.

Lytton, formerly known as David Lautenberg, was a 67-year-old man from London who had been retired in Pakistan for 10 years. Despite his identification, the reasons for which Lytton traveled to Saddleworth Moor to end his life remain a mystery.

2. Benjaman Kyle
Early on August 31, 2004, employees at a Richmond Hill, Georgia, Burger King found an unconscious man behind the dumpster. He was naked and sunburned and depressions in his skull appeared to indicate that he had suffered severe blunt force trauma. The man possessed no photo identity documents, and police recorded his name at the hospital as “Burger King Doe.”

When he finally woke up two weeks later, he had no memory of his past, other than that he believed his first name was “Benjaman.” Further adding to the mystery, the man had been suffering from advanced cataracts that rendered him partially blind......and following surgery to restore his eyesight, he realized that he was nearly 20 years older than he previously thought. Listed as the only missing person the FBI knew where to find, Benjaman took the surname Kyle and referred to himself as BK.

Despite appearing on TV, featuring in a documentary, and taking part in a Reddit AMA, he remained unidentified for a decade. It wouldn’t be until 2015 that a genetic detective would discover that BK’s real name was William Burgess Powell......a man born in Indiana who disappeared from his family in 1976 after abandoning his car and leaving all of his belongings behind. A paper-trail of odd jobs traced Powell to Boulder and Denver, Colorado, but records of his existence dry up after 1983. It is still not known what Powell was doing in the years before he was found or how he later ended up behind the Burger King...

3. Lori Ruff
On December 24, 2010, the body of Lori Erica Ruff was found in her car parked in the driveway of the Ruff family’s Texas home. She had died from a self-inflicted gunshot wound and left behind a note for her husband and a sealed letter for her daughter. The Ruff family had always had reservations about Lori, who behaved erratically and refused to speak about her history. That her suicide note contained only "ramblings from a clearly disturbed person" did little to assuage their doubts.

After her funeral, the Ruffs found a box hidden in her closet that suggested “Lori” had been living under a stolen identity......basing her life on the birth certificate of a 2-year-old girl killed in a Washington state house fire in 1988. It is believed that Lori moved to Idaho and used the document to legally change her name and start her mysterious new life.

Scribblings in the box included "North Hollywood police", "402 months", and "Ben Perkins," but offered no clue to her past. Lori’s story generated intense public speculation that she was running away from a crime or had escaped a religious cult. Her true origins remained a mystery until 2016, when she was identified using forensic DNA genealogy as Kimberly McLean. McLean ran away from home in 1986 when she was 18 to escape a turbulent family, but it is unclear why she needed a new identity. Where she was and what she was doing between her disappearance and arrival in Texas in 1988 remain almost entirely unknown...

4. Pual Fronczak
On April 27, 1964, one-day-old Paul Fronczak was stolen from his parents and snuck out of a Chicago hospital by an unknown woman. His whereabouts were a mystery until the shock discovery of a toddler of a similar appearance a year later in New Jersey. Although the identity of the abandoned child could not be established scientifically, the Fronczaks were convinced he was Paul.
The FBI returned the child to the family, and he was raised as their own until he failed to resemble the Fronczaks as he grew. It eventually became apparent to the Fronczaks that “Paul” was an entirely different and unidentified child......a suspicion that was eventually confirmed by DNA testing in 2012, opening a second and entirely new mystery.

It took several years for Paul to finally be identified as Jack, a child who had vanished along with his twin sister Jill. Jack’s biological parents had since died, leaving them unable to shed any light on his early history or why he was abandoned. Even stranger, it is still not known why Jack was left alone in his stroller while no trace of Jill was ever found. As for the real Paul Fronczak, his FBI case has since been reopened and he is once again a missing person...

5. Bella
On April 18, 1943, four local boys in Hagley Wood, England discovered an unusual wych elm tree with a hollow trunk......and after climbing the tree to peer down into the void, they spotted what appeared to be a human skull with hair. The boys reported the gruesome find to police, who uncovered a complete skeleton stuffed inside of the tree. It was determined that the victim was female, and not far away were also the remains of a hand and a gold wedding ring.

Investigators believed she died from suffocation and had been dead for at least 18 months, but were unable to identify her. With WWII raging, the number of missing people reported to police was overwhelming, and no one came the claim the body. A year later, this unsettling graffiti appeared on the Hagley Obelisk near to the tree where the woman was discovered......asking the eerie question, “Who put Bella in the Witch Elm?” despite the victim never being publicly called that name.

The location of her body is presently unknown and the autopsy from the investigation has long since vanished......making the identity of the mysterious woman a subject of intense intrigue amid rumor of witchcraft and ritual sacrifice. The real story of her death, however, may be even more fascinating and tied to a secret Nazi spy mission during WWII......after declassified British intelligence linked a German singer and movie actress, Clara Bauerle, to a captured Nazi agent. The agent’s file contained a photo of Beurle, who allegedly parachuted into England under the codename Clarabella. It is now thought that she may have been captured, killed, and hidden in a cover-up to prevent a local wartime panic...

Source: Dark5 Youtube Channel

anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 08, 2020, 01:01:14 AM »
10 MOST VENOMOUS SNAKES ON EARTH
From the lethal bites of Australian serpents to the fatal sting of the India's National Reptile, today we look at the Most Venomous Snakes On Earth.

10. Belcher's Sea Snake



Unlike some of the highly aggressive entries featured on this list, Belcher's Sea Snake, or the faint-banded sea snake as it's also called, is much more docile. A mistake in a 1996 first edition of a Smithsonian guide to snakes started the rumor that this was actually the most poisonous snake in the world. In reality, it's venom is much less dangerous than ones belonging to the majority of snakes on this list, and even then it will refrain from injecting venom in most of its bites.

Venom is measured by the amount of toxin required to prove lethal for half of a sample group of animals. This is called an LD50 test. This is a relatively crude, barbaric experiment for testing venom lethality, as well as rife with outstanding variables such as how the toxin is administered with varieties ranging from muscle to vein to fat injections, or even forced inhalation or feeding. But despite this, it remains the main route by which the world measures the deadliness of venom. The true danger of the snake's venom is uncertain as data surrounding its LD50 results are scarce and difficult to compare to other venoms, while rumors continue to run rampant regarding its danger. Many online sources still frame the Belcher's sea snake as the deadliest, but in reality, it has nowhere near the most lethal of snakebites in the world.

9. Green Mamba



Not quite as nasty as it's notorious onyx-colored cousin, the brilliant Green Mamba is still quite dangerous. Armed with a mix of neurotoxins and cardiotoxins , the green mamba's bite targets the body's organ functions, first causing disorientation through dizziness and nausea before graduating to a swollen throat, a shift in heartbeat patterns, and eventually convulsions and respiratory paralysis.

Fatal results aren't always guaranteed once bitten, however untreated bites are thought to have a high mortality rate. Thankfully, the afflicted area bit by a green mamba tends to swell, making the danger associated with its venom a bit easier to identify and hopefully allow for the application of an antidote. Still, this species has very long front fangs that the snake actually has some control over, making more severe envenoming strikes a likely occurrence. In this case, more often than not the effects set in rapidly, and the bitten victim may perish in as little time as 30 minutes.

8. Boomslang



Hanging from the trees of Sub-Saharan Africa is a green and black serpent with a subtle yet treacherous bite. Known as the Boomslang, this species of snake is the only one of its family to prove harmful to humans. Normally found to have a set of inept fangs and a compact venom gland, the boomslang is the outlier among the Colubridae family with massive syringe-like injectors that protrude from the back of its mouth. The venom it produces takes time to process, but the symptoms are severe and can consist of headaches, sleepiness, and even mental disorders.

Mostly a hemotoxin , the boomslang's volatile injection can also stall the coagulation of wounds, leading to a lethal end by external or internal bleeding. It can also cause hemorrhaging of the brain and other muscles.  Due to the hours it takes for the symptoms to set in, victims are often lulled into a false sense of safety, thinking it to be a venomless strike called a dry bite. As a result, those struck by a boomslang's venom sometimes fail to receive the antivenom they need in time. Luckily for the public, though, this snake remains relatively tepid, not too territorial, and will only strike if handled or threatened directly.

7. Gwardar



Often referred to as the western brown snake, the Australian colloquially named Gwardar was christened as such after the Aboriginal advice given to those who would run into such a snake, translating to: "go the long way around." While it may be typically shy, this would still serve as great advice given this snake's penchant for speed. Quick to take the defensive, and even quicker to strike, this highly alert species doesn't need much to get nervous. The gwardar comes in a small variety of looks, but will on average grow close to six feet in length.

Its scales feature an orange-brown hue and the head will either feature a small black V shape on the back or be covered entirely by a coat of black scales. Found all across the continent of Australia, these deadly reptiles are found in forests, grasslands, and urban areas alike. It doesn't have the most deadly venom around, but the gwardar delivers it in high doses through its tiny fangs. This can turn fatal as bleeding complications, abdominal pain, and even kidney damage will occur with severity dependant on the amount of venom injected. But instead of risking it and hoping for a low dosage, next time you're in the outback, just follow the advice and gwardar !

6. Rattlesnake



Infamous for its namesake noisy appendage, the Rattlesnake is actually a type of pit viper, and a highly venomous one at that. Populating forests and deserts from Alberta down to Argentina, all 36 species of the rattlesnake are endemic to the Americas. Unlike other snakes who may take time and maturity to develop their complex venoms, adolescents of this species are born with functioning fangs and venom able to execute at birth.

The venom, like others, results in decaying tissue and blood clotting impediments. But some species of rattlesnake have even been known to cause paralysis with their penetrating strike. Rattlesnake venom is very complex in general, usually containing a mixture of up to 15  different enzymes. The toxins contain immobilizing and digestive components as well, making sure to not only injure their prey but also to slow down and tenderize it as well. But even with all their neat tricks, many species of rattlesnake are endangered today as a majority of their native habitat has been invaded for the past century by what may be their greatest threat: the automobile.

5. Black Mamba



This snake is considered to be the most dangerous and fear-inducing snake in Africa. But their seclusion and timidness keep Black Mamba snakebite rates low, luckily for the public. These snakes are often identified by their coffin-esque heads and long slender bodies which average at around 8 feet in length and max out at almost 15 feet! One feature you can't rely on to recognize a black mamba, though, is its color. Somewhat of a misnomer, black mamba's are rarely black, often appearing in olive, brown, khaki or grey shades. Adolescents can be found wearing lighter hues of these colors with adults darkening as they age.

If you can't spot a black mamba from its look, though, hope you never have to try to identify by its venom. Before the advent of antivenom for this species, its bite was 100% lethal. Without treatment, its victims will typically pass within seven to fifteen hours of being bitten, and some reports as recent as 2008 tell of victims having a heart attack within one hour of envenomation. Those struck by a black mamba's bite will experience abnormal skin sensations like pins pricking them or a limb falling asleep. They'll then often begin to lose motor functions until an erratic heart rate will set in, often leading to cardiac or respiratory failure.

4. Tiger Snake



Usually sporting a thick, blunt head and even thicker, yellowish-striped body, the Tiger Snake of Australia also has numerous variations in physical appearance depending on its inhabited region. Tasmanian tiger snakes, for example, are typically dark brown or black with faint banding stripes. Meanwhile the Western tiger snake is a much deeper black with bright yellow bands and a yellow stomach.

But no matter the look, these snakes at least share one thing in common: their terrifying venom. The mortality rate of untreated tiger snake bites is about 40 to 60 percent, though given their common occurrence in Australia, fatalities are few and far between. This wasn't always the case, but since the introduction of a specific Tasmanian antivenom used to treat all Tasmanian snakebites, tiger snake casualties have lessened considerably in the 21st century.

3. King Cobra



As the longest venomous snake at a maximum length of more than 19 feet, armed with a grizzled, growling hiss and its iconic hood, the King Cobra is truly majestic. And in proper fashion, its venomous bite is a royal pain in the keister . Sometimes only taking a matter of 30 minutes to set in, the symptoms induced from the venom of India's national reptile can send a victim from feeling a bit tired and dizzy to paralysis and into a coma in no time. Some antivenoms exist, but they are luckily rarely needed as very few envenomed snakebites occur with this breed. In fact, king cobras are mainly interested in eating other snakes like rat snakes, pythons and pit vipers. Still, snake charmers are commonly found throughout India and they make up a good portion of all reported king cobra bites.

2. Saw-Scaled Viper



While relatively small in size, this snake is at the top of the big four of India and one of the deadliest in the world, contributing to more snakebite mortalities than any other serpent. Found often in populated areas, the Saw-Scaled Viper crawls low and deliberate with acute alertness, giving inspiration to its other name: the carpet viper. These creatures sidewind to make there way around, keeping part of their body ever still in case of a potential predator...or prey.

At a maximum of length of just under three feet and brown, gray, or olive patterned skin flecked with white, the saw-scaled viper lurks unseen near cities throughout Africa, India, Pakistan, Sri Lanka, and the Middle East. Another unique trait of this species comes from one of its primary defense mechanisms. Living up to its namesake, these vipers will grind their scales together like a rigid saw when threatened, creating a coarse, foreboding warning sound towards the aggressors.

Though they still won't give you time to react as they prove notoriously easy to agitate. Victims that suffer a bite from the saw-scaled viper experience profuse bleeding as chemicals in the venom block blood from clotting. These bites can result in permanent damage or loss of an organ, necrosis, extreme pain and swelling, and even a cerebral hemorrhage , making this tiny snake's bite as violent as it is lethal.

1. Inland Taipan



Commonly called the fierce snake, this Australian native is definitively the most venomous snake in the world. Based on venom measurements, it only requires two and a half hundredths of a milligram per kilogram of the target's weight to cause ones demise, and in some tests only one hundredth of a milligram was needed. That means an average 75 kilogram, or about 165 pound, person would only require, at most, about a 1.875 milligrams of venom to meet their end. To make matters even more frightening, the Inland Taipan can administer an average of 44 milligrams per bite, and has a maximum recorded dose of 110 milligrams!

10 MOST VENOMOUS SNAKES ON EARTH
15 MOST VENOMOUS SNAKES IN THE WORLD
TOP 10 DEADLIEST SNAKES IN THE WORLD
TOP 10 MOST DANGEROUS CREATURES IN THE WORLD
TOP 10 MOST DANGEROUS ANIMALS IN AFRICA
DEADLIEST ANIMALS IN AFRICA
15 ANIMALS WITH THE MOST POTENT VENOM
TOP 10 MOST VENOMOUS ANIMALS ON EARTH
10 MOST VENOMOUS SNAKES ON EARTH
7 MOST VENOMOUS SNAKES IN THE EARTH
TOP 5 MOST VENOMOUS SPIDERS IN THE WORLD
TOP 10 DEADLIEST SNAKES NOT TO MESS WITH
10 MOST DANGEROUS VENOMOUS SNAKE IN THE WORLD


anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 08, 2020, 01:01:52 AM »
5 Tips to Prepare for Your Property Settlement


1. Insurance


Haven't organised insurance yet? Get it now! It can be a risky practice to rely on the vendor's  insurance cover (or lack thereof) if something happens to the property during the period from exchange to settlement. Having adequate insurance in place will give you peace of mind.

2. Keys, codes and passes


Make sure you organise who has the keys and when you can collect them from the agent or your legal representative. Also, make sure you have the alarm codes (if any) and instruction manuals. Some purchasers want to collect the keys that day from the agent; others have the keys delivered to their solicitor after settlement. By sorting out the logistics beforehand, you can enjoy your property sooner (without setting off any house alarms!).

3. Final inspection


This is probably the most important inspection you will undertake, so you should organise it during daylight hours as close as possible to settlement and really take your time with it. Has any debris been left behind? Do the fittings and fixtures remain? Are the contractual inclusions actually in place? Have the exclusions been disposed of?

4. Final Title Search


Just like a final inspection, a final title search will inform you if there have been any dealings with or new interests in the legal ownership of the property. After all, you can't buy something from someone if they don't own it. You'll also need to remove any caveat you've placed on the title to enable the change of ownership to take place.

5. Cheque directions


Your legal advisor and lender will organise the cheques on your behalf, but it's up to you to make sure the settlement amounts and payees are correct before property settlement. Also, make sure the cheques have correct spellings - incorrectly issued non-negotiable bank cheques can hold up and delay a settlement, and that's the last thing you want!


subprime mortgagequicken loans ratessmall personal loansmortgage application
lowest mortgage ratesbusiness line of creditmortgage broker near mebest small business loans
low interest personal loanscredit union loanshelp to buy equity loan
best mortgage rates 5 year fixedlowest home loan ratespersonal loan eligibilityshort term loans online
loans for those with bad creditpersonal loan interestquick easy loansdirect payday lenders
instant personal loanstart up loanshousing loan interest ratehome finance
debt consolidation loan ratesfast loan advancecar finance rates15 yr mortgage rates
commercial real estate loansworking capital loanelastic line of creditmortgage application
second mortgage ratescurrent home mortgage ratesfirst bank mortgagevehicle finance
commercial loan ratestypes of mortgage loansprivate money lendersbad credit business loans

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันนี้ เวลา 12:26:30 AM โดย anyaha »

anyaha

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
    • ดูรายละเอียด
Re: ความฝันกับสัญลักษณ์ตัวเลข
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:27:09 AM »
Annuities Meaning

PURPOSE OF AN ANNUITY
An annuity provides income for a specific number of years or for life. An annuity protects a person against outliving their money. Annuities are not life insurance, but a way of accumulating money and liquidating an estate.

ANNUITY OWNER
Annuity owner is the purchaser of the annuity.

ANNUITANT
Annuitant is the person who receives the payments from the annuity.

ACCUMULATION PERIOD
Accumulation Period, also known as the pay-in period, is the period of time over which the annuitant makes premium payments into the annuity. It is also the time that the premium payments earn interest on a tax deferred basis. Annuity Period, also known as the annuitization period or liquidation period, is the time during which the money that has accumulated during the accumulation period is converted into income payments to the annuitant.
Note: If an annuitant dies during the accumulation period, the beneficiary will receive the cash value or total premiums paid whichever is greater.

ANNUITY FUNDING
There are twoways to fund an annuity:
A single payment (lump sum) Periodic payments, in which premiums are paid in installments over a period of time.
Annuities can also be classified according to when income payments from the annuity begin.

IMMEDIATE ANNUITY
An immediate annuity is one that is purchased with a single lump sum payment and provides income payments that start within one year from the date of purchase.

DEFERRED ANNUITY
A deferred annuity is an annuity in which the income payments begin sometime after the first year. Deferred annuities can be funded either with a single lump sum or through periodic payments.

ANNUITY PAYOUT OPTIONS
Annuity payout options specify how annuity funds are to be paid out. They are very similar to the structured settlements annuities options used in life insurance and determine how the policy proceeds are distributed to the beneficiaries.

STRAIGHT LIFE INCOME OPTION
The Straight Life Payout Option, also known as Pure Life, will pay a specific amount for the remainder of the annuitant's life. This option provides highest monthly benefit for an individual annuity. Although the annuity payments are guaranteed for the lifetime of the annuitant there is no guarantee that all the proceeds will be full fully paid out, because the payments stop after the annuitant's death.

LIFE WITH PERIOD CERTAIN
Life with Period Certain is anotherr annuity payout that is contingent on the annuitant dying. Under this option the annuity payments are guaranteed for the entire lifetime of the annuitant and for a specified period of time to the beneficiary.

FIXED ANNUITIES
Fixed Annuities provide a fixed guaranteed payout. Payments that do not vary from one payment to another and guaranteed minimum rate of interest.

VARIABLE ANNUITIES
A variable annuity serves as a hedge against inflation, and is variable because there is not a guarantee of payout. Payments can vary from one payment to another, and there is not a set rate of interest. A variable annuity is considered a security and is regulated by the Securities and Exchange Commission (SEC). An agent selling annuity must also have a securities license in addition to their Life Insurance License.

ACCUMULATION UNITS
As variable annuity premiums are invested and begin to grow this is known as the accumulation of units.

ANNUITY UNITS
Annuity units is the payout phase of the Variable Annuity.

VARIABLE ANNUITIES
A variable annuity is considered a security and is regulated by the Securities and Exchange Commission (SEC). An agent selling annuity must also have a securities license in addition to their Life Insurance License.

ACCUMULATION UNITS
As variable annuity premmiums are invested and begin to grow this is known as the accumulation of units.

ANNUITY TAXES
A portion of each annuity benefit payment is taxable and a portion is not. The portion that is nontaxable is the anticipated return of the principal paid in. This is known as the Cost Base. The portion that is taxable is the interest earned on the principal. This is known as the Tax Base.



5 TIPS TO PREPARE FOR YOUR PROPERTY SETTLEMENT
8 HABITS OF WEALTHY AND SUCCESSFUL PEOPLE
WHY MILLENNIALS CHOOSE TO BUY HOME
7 TIPS EVERY HOMEOWNER NEED TO KNOW ABOUT INSURANCE
8 TIP ON HOMEOWNNER INSURANCE
10 QUESTION YOU SHOULD ASK MORTGAGE LENDERS
HOW MUCH IS MY CAR ACCIDENT SETTLEMENT WORTH
200 BUSINESS MOVEMENT NEWS
150 FINANCIAL TIP YOU SHOULD KNOW
ESSENTIAL LIST OF MORTGAGE APPLICATION DOCUMENT
PREPARE YOURSELF BEFORE INVESTING IN STOCK
SHOPPING IS THE RIGHT WAY WITHOUT DEBT
FACTORS AFFECTING HOME LOAN RATES
USING CREDIT CARDS WITH NO DEBT
PLAN FOR BUSINESS LOANS
STEP BEFORE BUYING INSURANCE
CHOOSING LIFE INSURANCE
HOW TO GET CHEAP CAR INSURANCE
IF IN DEBT WITH A CREDIT CARD
TYPE OF INSURANCE
HOW TO REQUEST A CLAIM
DEPOSIT WITH BANKS OR TAKE OUT INSURANCE
WHY DO WE NEED LIFE INSURANCE
INSURE ASSETS AND LIABILITIES HOW IS IT DIFFERENT
CONTRACT FOR BUYING A HOUSE
HAPPY IF IN DEBT
CAN NOT PAY THE CAR INSTALLMENTS
16 MOST IMPORTANT CAR INSURANCE TERMS
WANT TO USE URGENT MONEY WHERE SHOULD I REQUEST A LOAN
SAVE MONEY IN STOCKS
HOW TO HAVE A HOME
PLAN BEFORE RETIREMENT
PLAN FOR REPAYMENT CAREFULLY
50 FINANCIAL MOVEMENT YOU SHOULD KNOW

structured settlement annuity companiesstructured settlements annuitiesstructured settlement buyersmall business administration sba
structured settlement purchasershouston tx auto insuranceselling my structured settlementselling annuity
subprime mortgagequicken loans ratessmall personal loansmortgage application
lowest mortgage ratesbusiness line of creditmortgage broker near mebest small business loans
low interest personal loanscredit union loanshelp to buy equity loan
best mortgage rates 5 year fixedlowest home loan ratespersonal loan eligibilityshort term loans online
loans for those with bad creditpersonal loan interestquick easy loansdirect payday lenders
instant personal loanstart up loanshousing loan interest ratehome finance
debt consolidation loan ratesfast loan advancecar finance rates15 yr mortgage rates
commercial real estate loansworking capital loanelastic line of creditmortgage application
second mortgage ratescurrent home mortgage ratesfirst bank mortgagevehicle finance
commercial loan ratestypes of mortgage loansprivate money lendersbad credit business loans

 

รับติดแบนเนอร์เว็บบอล, รับทำseoเว็บบอล